Feeding a Broken Heart
ควรกินอะไรเมื่อใจสลาย

เมื่อปี 2017 ได้ปรากฏแฮชแท็ก #feedingabrokenheart ขึ้นในโลก Instagram มันเป็นเสมือนพื้นที่บำบัดซ่อมแซมจิตใจอันแตกสลายจากการสูญเสียคนรักคนใกล้ชิด (ไม่ว่าจะด้วยการจบสิ้นความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ความตาย) โดยมี ‘อาหาร’ เป็นเครื่องเยียวยาช่วยเหลือ

Feeding a Brokenheart เป็นแคมเปญมอบอาหารจานให้แก่คนใจสลาย ถือกำเนิดขึ้นภายหลังจากลินเซย์ ออสตรอม (Linsay Ostrom) ผู้ก่อตั้งเว็บอาหาร pinchofyum.com ได้สูญเสียลูกชายที่คลอดก่อนกำหนดไป ซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ได้ทำให้เธอจมดิ่งลงไปในความเศร้าจนร่างกายลืมความหิวโหย และไร้เหลือความปรารถนาในอาหารการกินใดๆ คิดว่าผู้ที่เคยหัวใจสลายบางคนย่อมเข้าใจหรือสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอไม่มากก็น้อย

ภายหลังกลับจากโรงพยาบาล มิตรสหายของลินเซย์ได้ทำอาหารจำพวกซุป ลาซานญ่าและขนมปังมาส่งให้ถึงประตูหน้าบ้าน เธอกินอาหารเหล่านั้นด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะพบว่าความห่วงใยที่มาในรูปของอาหารนั้นได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากวังวนแห่งความเศร้า

จากจุดนี้เอง ลินเซย์จึงได้เริ่มแคมเปญ Feeding a Brokenheart ขึ้นมา โดยมีกติกาง่ายๆ ที่เริ่มต้นจากเฟ้นหาคนที่จิตใจแตกสลาย แล้วทำอาหาร ขนม หรือสิ่งที่คุณคิดว่าเขา/เธอต้องชอบ แล้วนำไปส่งให้ หากทำไม่ได้ไม่ว่าข้อจำกัดใดๆ ก็อาจเป็นเพียงช็อกโกแลตสักแท่ง บัตรรับประทานอาหาร หรือสิ่งที่คุณคิดว่าถ้าเขา/เธอได้ลิ้มลองแล้วน่าจะชอบ จากนั้นคุณก็ถ่ายรูปอาหาร แบ่งปันสูตร บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมถึงสิ่งที่คุณทำพร้อมติดแฮชแท็ก #feedingabrokenheart

แคมเปญนี้ดูเหมือนจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยังมีคนอีกไม่น้อยที่ร่วมทำอาหารเยียวยาคนจิตใจแตกสลายและแบ่งปันเรื่องราวจนถึงทุกวันนี้

เพียงแต่ถ้าไม่มีใครทำอาหารให้ หรือชวนเราออกไปกิน เราก็คงต้องดูแลและเยียวยาจิตใจตัวเอง บทความสั้นๆ นี้ช่วยรวบรวมวิธีการที่ใช้อาหารบำบัดจิตใจ ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยวิธีการง่ายๆ ตั้งแต่

1. ทานอาหารที่ปลุกความทรงจำในยามที่คุณมีความสุข ซึ่งรวมไปถึงขนมที่คุณชอบกิน แต่ไม่มีโอกาสได้กิน หรือนานมากแล้วที่ไม่ได้กิน ค้นหาอาหารจานที่ว่าให้พบแล้วมีความสุขกับมันโดยไม่ต้องรู้สึกผิด อาจเป็นขนมขบเคี้ยวที่คุณอนุญาตให้ตัวเองกินได้เพื่อฟื้นฟูจิตใจ

2. สำหรับบางคนที่ยังไม่พร้อมที่จะกินอาหาร การมีเครื่องดื่มที่ให้พลังงานและมีโปรตีนสูง เช่น นม น้ำเต้าหู้ โยเกิร์ตพร้อมดื่มที่มี Tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโน (amino acids) สำคัญในการสร้างเซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาท (monoamine neurotransmitter) ที่ช่วย ควบคุมอารมณ์ เซโรโทนินเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสารเคมีแห่งความสุข (feel good chemical) ที่ร่างกายผลิตได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ เซโรโทนินยังดูแลการทำงานของร่างกายที่สำคัญ เช่นระบบการย่อยอาหาร ระบบการไหลเวียนของเลือด และยังเปลี่ยนเป็นเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้เรานอนหลับได้แม้ใจไม่พร้อม ประคองร่างกายให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

3. ช็อกโกแลตขมๆ ช่วยบำบัดความขมในใจได้ เป็นที่ยอมรับกันว่าช็อกโกแลตนั้นช่วยเพิ่มทั้งเซโรโทนินและโดปามีน (Dopamine) เนื่องจากในช็อกโกแลตมีส่วนประกอบสำคัญอย่าง สารไทรามีน (Tryamine) ที่มาจากกรดอะมิโนไทโรซีน (Tyrosine) ซึ่งควบคุมปริมาณของสารสื่อสารประสาทอย่างโดปามีน เมื่อร่างกายได้รับไทโรซีนมากขึ้น ระดับโดปามีนก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สารสื่อประสาทโดปามีนทำหน้าที่กระตุ้นสมองส่วนที่ให้รางวัล (reward center) จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเมื่อเราได้กัดช็อกโกแลตคำโต เราจึงรู้สึกมีความสุข และสนุกขึ้นทันที

4. การทำอาหารมื้อง่ายๆ ช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญกิจกรรมนี้ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายและเปลี่ยนบรรยากาศโดยทางอ้อม การได้ออกจากห้องหรือสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ในชั่วระยะนึง เพื่อเดินซื้อหาวัตถุดิบ จ่ายตลาดสำหรับทำอาหารหรือแม้แต่ค้นหาเมนูที่อยากทดลองปรุงด้วยตนเองช่วยให้คุณโฟกัสกับปัจจุบันของคุณได้

5. แชร์มื้ออาหารกับเพื่อนและคนอื่นๆ นอกเหนือจากอาหารที่อร่อยขึ้นแล้ว การได้ร่วมรับประทานกับคนอื่นก็ถือเป็นสิ่งที่ทำให้อาหารจานธรรมดาพิเศษขึ้นมาได้ การทานอาหารร่วมกัน นอกจากจะแบ่งปันความอร่อยแล้ว ยังแบ่งปันความรู้สึก และความห่วงใยที่มีต่อกันอีกด้วย

อย่าลืมว่าชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารฉันใด หัวใจที่สลายก็ต้องการอาหารเยียวยาฉันนั้น

อาหารจานไหนที่ช่วยคุณไว้ในยามใจสลาย แบ่งปันประสบการณ์ แชร์ภาพเมนูดีตีต่อใจใต้คอมเม้นต์ พร้อมติดแฮชแท็ก #feedingabrokenheart #เมนูดีต่อใจ ใครจะรู้ เมนูของคุณอาจช่วยใจใครบางคนอยู่ก็ได้


อ้างอิง

Carhart-Harris R, Nutt D. Serotonin and brain function: A tale of two receptors. J Psychopharmacol. 2017;31(9):1091-1120. doi:10.1177/0269881117725915

Jenkins TA, Nguyen JC, Polglaze KE, Bertrand PP. Influence of tryptophan and serotonin on mood and cognition with a possible role of the gut-brain axis. Nutrients. 2016;8(1):56. doi:10.3390/nu8010056

Ostrom, Lindsay (2011) Pinch of Yum, Feeding Brokenheart. https://pinchofyum.com/feeding-broken-heart

Roizman, T. (2018, June 11). Chocolate & Dopamine. Retrieved from https://healthyeating.sfgate.com/chocolate-dopamine-3660.html


You May Also Like
Read More

Marmalade

ถ้าพูดถึงคำว่า ‘มาร์มาเลด’ ขึ้นมาในตอนนี้ คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกภาพแยมส้ม หรือแยมเปลือกส้มขึ้นมา โดยอัตโนมัติ เรียกได้ว่าคำว่า ‘มาร์มาเลด’ ที่แปลว่า ‘แยมส้ม’ นั้นกลายเป็นภาพจำและนิยามของคนปัจจุบันไปแล้ว หากแต่ว่าแยมส้มนั้นเรียกได้ว่าเป็น ‘ร่างแปลง’ ของมาร์มาเลด ที่ถูกแปลงร่างเปลี่ยนความหมายไปจนมีความหมายที่แตกต่างจนสิ้นเค้าเดิม
Read More
Read More

Shio Ramen

ชินโด ราเมง เป็นร้านที่ตั้งอยู่ระหว่างอาคารพาณิชย์สีเหลืองอ่อนในตรอกเล็กๆ ตรงข้ามกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หากคุณโชคดีก็จะมีคนหนึ่งหรือสองคน ยืนต่อแถวข้างหน้าคุณ แต่หากโชคร้ายแถวนั้นอาจยาวเสียจนคุณไม่มั่นใจว่าท้องจะสามารถอดทนรอให้ลิ้นของคุณรับรสอันลึกล้ำได้หรือเปล่า เพราะว่ามันอาจส่งเสียงโวยวายเสียงดังเสียจนคนข้างๆ คุณต้องเหลียวหลังมามอง
Read More
Read More

Culinary Triangle

“การใช้ไฟปรุงอาหารคือนวัตกรรมที่ทำให้มนุษย์กลายเป็นมนุษย์เช่นทุกวันนี้” โคลด เลวี-สโตรส (Claude Lévi-Strauss) เป็นหนึ่งในนักมานุษยวิทยาคนสำคัญที่อายุยืนที่สุดในโลก แม้ชื่อของเขามักจะถูกนำไปจำสลับกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง แต่สำหรับโลกวิชาการแล้วนั้น เขาคือแบรนด์ทางความคิดที่แข็งแรงและคงอยู่ข้ามศตวรรษ
Read More
Jellied Eels
Read More

Jellied Eels

รสชาติของอังกฤษคืออะไร? หากไม่นับฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish and Chips) พายเนื้อ (Meat Pie) ยอร์กเชอร์พุดดิ้ง (Yorkshire Pudding) ที่ยังได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นถึงปัจจุบัน ยังมีอาหารชนิดหนึ่งที่เคยเป็นตัวแทนของรสชาติแบบอังกฤษ ที่กำลังจะเลือนหายไปในปัจจุบัน อาหารที่ว่านั้นคือ เยลลีปลาไหล (Jellied Eels)
Read More
Read More

Culinary Revolution

การกำเนิดขึ้นของแท่นพิมพ์ ดินปืน และเข็มทิศในช่วงศตวรรษที่ 14-15 ได้นำพาความเปลี่ยนหลายอย่างมาสู่โลกของอาหาร เริ่มจากเครื่องเทศ และวัตถุดิบจากแดนไกลไม่ว่าจะเป็นอัฟริกา อินเดีย ละตินอเมริกาได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมอาหาร ถัดจากนั้นวิทยาการด้านการพิมพ์ทำให้ตำรับตำราอาหารเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องการปรุงและการทำไปทั่วทั้งยุโรป และที่สุดตำแหน่งพ่อครัวที่ไม่เคยมีบทบาทอะไร กลับเริ่มโดดเด่นขึ้นในฐานะของศิลปินผู้สร้างสรรค์จานอาหาร หนึ่งในนั้นได้แก่ มาเอสโตร มาร์ติโนแห่งโคโม (Maestro Martino of Como) พ่อครัวที่เคยทำงานในราชสำนักแห่งมิลาน ผู้เขียน Libro de arte coquinara (Book of the Art of Cooking)
Read More
Ch'a Ching
Read More

Ch’a Ching

ชานั้นเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับสอง เป็นรองมาจากน้ำเปล่า การดื่มชามีหลากหลาย ตั้งแต่เสิร์ฟในถ้วยใบเล็กแบบจีน ถูกตีด้วยแปรงชงชาไม้ไผ่ (Chasen) จนเป็นฟอง เติมนม น้ำตาล ผสมกระวาน หรือใบสะระแหน่ ใส่น้ำแข็งหรือผลไม้สด ฯลฯ ในแต่ละที่ดูเหมือนจะมีวิธีการดื่มชาที่พัฒนาขึ้นในแบบของตนเอง จนมาล่าสุดก็คือชานมไข่มุก (Boba Tea) ซึ่งได้รับความแพร่หลายไปทั่วโลก
Read More